News

อธิการบดีราชมงคลพระนคร กางแผนยุทธศาสตร์ที่ 14 ปรับองค์กรแห่งอนาคต

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (ราชมงคลพระนคร) โดยกองนโยบายและแผน จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “ยุทธศาสตร์ใหม่ ก้าวใหม่ราชมงคลพระนคร” (RMUTP Strategic Transformation) เพื่อถ่ายทอดแผนพัฒนามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ฉบับที่ 14 (พ.ศ.2570-2573) เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุม Mayfair A โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยสู่การปฏิบัติให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ พลโท ชัยณรงค์ กิจรุ่งโรจน์เจริญ นายกสภามหาวิทยาลัยฯ ได้กล่าวเปิดงานและบรรยายพิเศษ หัวข้อ จากวิสัยทัศน์ สู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน (From Vision to Sustainable Transformation) ว่า โลกดิจิทัลถูกพัฒนาอย่างรวดเร็วและสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมากในองค์กรภาคธุรกิจ หน่วยงานของรัฐ จึงทำให้การเร่งปรับตัวเพื่อรองรับเทรนด์แห่งอนาคตเป็นเรื่องเร่งด่วนขององค์กรที่ต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการทำงาน ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรไม่ว่าจะเป็นสายวิชาการต้องผลักดันในด้านองค์ความรู้ที่ทันสมัย ส่วนบุคลากรสายสนับสนุนมุ่งเน้นการเติบโตในตำแหน่งงาน การพัฒนานี้สภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครและฝ่ายบริหารต้องร่วมกันกำหนดนโยบาย วางระเบียบ ออกข้อบังคับและประกาศของมหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกับองค์กรที่ปรับเปลี่ยนในอนาคต

ด้าน ดร.ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล อธิการบดี กล่าวในหัวข้อจากวิสัยทัศน์ สู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ว่า ระบบนิเวศอุดมศึกษาในปัจจุบันมีความเสี่ยงและความเปราะบางเนื่องจากต้องเผชิญกับปัญหาสังคมสูงวัย อัตราการเกิดลดต่ำลง มหาวิทยาลัยจึงต้องปรับตัวเพื่อให้สอดรับกับบริบทโลกที่เปลี่ยนไป ดังนั้นแผนพัฒนามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ฉบับที่ 14 จึงสะท้อนวิสัยทัศน์แผนปฏิบัติราชการ โครงการสำคัญ งบประมาณ ตัวชี้วัด และอนาคตของมหาวิทยาลัย โดยมีความมุ่งมั่นเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีชั้นนำระดับสากล แห่งนวัตกรรมเพื่อสุขภาวะเมือง ภายในปี 2030 โดยใช้งานวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ และนวัตกรรม “เรามองว่าราชมงคลพระนครต่อไปจะต้องเป็นมหาวิทยาลัยของเมือง ซึ่งไม่ได้หมายถึงแต่ในกรุงเทพเท่านั้น แต่หมายถึงทุกที่ที่มีความเป็นเมือง เพราะทุกวันนี้เมืองขยาย มหาวิทยาลัยจึงเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาเมือง”

อธิการบดีกล่าวต่อว่า 4 ยุทธศาสตร์สำคัญที่ได้กำหนดการขับเคลื่อนราชมงคลพระนคร ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การยกระดับบัณฑิตและกำลังคนแห่งอนาคต โดยพัฒนา Digital Skill Passport และระบบรับรองสมรรถนะ การสร้างผู้ประกอบการ นวัตกร รวมถึงลดปัญหาความไม่สอดคล้องระหว่างทักษะของแรงงานกับทักษะที่ต้องใช้ในโลกการทำงาน (Skill Mismatch) โดยตั้งเป้าหมายให้บัณฑิตมีงานทำ มีสมรรถนะสูง เป็นผู้ประกอบการได้ และมีความพร้อมทำงานในอุตสาหกรรมอนาคต ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาเทคโนโลยี งานวิจัย และนวัตกรรมเพื่อประเทศ โดยงานวิจัยที่ทำออกมานั้นต้องไม่สิ้นสุดที่บทความ แต่ต้องต่อยอดเป็นนวัตกรรม รายได้ และผลกระทบต่อประเทศ มหาวิทยาลัยจะผลักดันวิจัยเชิงพาณิชย์เชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับภาคเอกชนและแหล่งทุน ยุทธศาสตร์ที่ 3 มหาวิทยาลัยเพื่อสังคมเมืองและความยั่งยืน (Urban Well-being) ซึ่งมีเป้าหมายหลักคือได้รับการยอมรับด้านนวัตกรรมเมืองและการนำโครงการต้นแบบไปใช้จริง โดยมหาวิทยาลัยต้องเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาเมือง และทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สุดท้าย ยุทธศาสตร์ที่ 4 การยกระดับความเป็นสากลและเครือข่ายความร่วมมือ ผ่านความร่วมมือกับเครือข่ายต่างประเทศสร้างหลักสูตรนานาชาติและหลักสูตรร่วม (Joint Degrees) การแลกเปลี่ยนนักศึกษาและบุคลากร รวมถึงงานวิจัยร่วมตีพิมพ์ระดับนานาชาติและการสร้างภาพลักษณ์ในเวทีโลก
ในระยะเวลา 4 ปี (2570-2573) ต่อจากนี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของการเปลี่ยนแปลง แผนยุทธศาสตร์ฉบับที่ 14 เปรียบเหมือนเข็มทิศ นโยบายคือเครื่องยนต์ แต่บุคลากรราชมงคลพระนคร คือพลังขับเคลื่อนที่แท้จริง

ฉวีวรรณ/ข่าว

ภาพเพิ่มเติม https://qr.rmutp.ac.th/vHABwh