News

ราชมงคลพระนคร ลงนามไทยสมายล์บัส พัฒนาวิจัย-นวัตกรรมพลังงานสะอาด

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (ราชมงคลพระนคร) ร่วมกับบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านยานยนต์พลังงานทางเลือกสมัยใหม่ ระบบขนส่งพลังงานสะอาด โดยมี ดร.ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล อธิการบดี และนางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด เป็นผู้ลงนาม ณ เรือโดยสารพลังงานไฟฟ้าไทย สมายล์ โบ้ท เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 หลังจากนั้นทีมผู้บริหารราชมงคลพระนครเข้าเยี่ยมชมระบบ Fleet Management การควบคุมรถโดยสารไฟฟ้า (e-Bus) แบบ Real-time และระบบขนส่งสาธารณะพลังงานสะอาดของ TSB
ดร.ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล อธิการบดีราชมงคลพระนคร กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับการเรียนการสอนให้เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้น นักศึกษาจะได้รับประสบการณ์จากการทำงานจริง ควบคู่กับการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมด้านยานยนต์พลังงานทางเลือกสมัยใหม่ และระบบขนส่งพลังงานสะอาด ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง การพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมในอนาคตตามมาตรฐานวิชาชีพในระดับสากล รวมถึงสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) นอกจากนี้ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ยังสนับสนุนการใช้ทรัพยากร สถานที่ และโครงสร้างพื้นฐานของทั้งสองหน่วยงานเพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ โดยบริษัทตกลงสนับสนุนการใช้เส้นทางและยานพาหนะของบริษัทเป็นพื้นที่ปฏิบัติการจริง ในการจัดเก็บข้อมูล ทดสอบนวัตกรรม และประเมินผลในสภาพแวดล้อมจริง เพื่อส่งเสริมรูปแบบความร่วมมือใหม่ในการเรียนรู้และการแบ่งปันทรัพยากรร่วมกัน

ด้าน นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด กล่าวว่า TSB เชื่อว่าการพัฒนาระบบขนส่งแห่งอนาคต ไม่ได้เริ่มจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากการพัฒนาคน ความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาจึงเป็นหัวใจสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และประสบการณ์จากภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันผลิตบุคลากรที่พร้อมขับเคลื่อน Smart Mobility ของประเทศไทยในระยะยาว
“เราพร้อมเปิดองค์กรให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ สนับสนุนการฝึกงาน งานวิจัย และการถ่ายทอดองค์ความรู้จากการดำเนินงานจริง เพื่อให้นักศึกษาและบุคลากรได้เรียนรู้จากระบบขนส่งสาธารณะที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและคาร์บอนต่ำ พร้อมร่วมสร้างนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและสร้างประโยชน์ต่อประเทศ” นางสาวกุลพรภัสร์ กล่าว

ฉวีวรรณ/ข่าว