Research

สถาปัตย์ฯ ราชมงคลพระนครเจ๋ง!! สร้างสรรค์เฟอร์นิเจอร์จักสานร่วมสมัย ส่งเสริมวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่มีงานหัตถกรรมจักสานเป็นอาชีพเสริม ถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมายาวนาน แต่ยังขาดการศึกษาเพื่อส่งเสริมคุณค่า และสืบสานในลักษณะของงานหัตถกรรมศิลป์ จึงเป็นที่มาของงานวิจัยเรื่อง “การส่งเสริมวัฒนธรรมผสมผสานเทคโนโลยีท้องถิ่นสู่การออกแบบเฟอร์นิเจอร์จักสานร่วมสมัย” โดยมีอาจารย์สุนทร บินกาซานี และอาจารย์ศศิประภา เวชศิลป์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เป็นผู้วิจัย

อาจารย์สุนทร บินกาซานี เล่าถึงที่มาของงานวิจัยว่า ต้องการพัฒนางานหัตถกรรมจักสาน อันเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของประชากรจังหวัดพระนครศรีอยุธยาให้มีอัตลักษณ์ จึงใช้แนวคิดเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมไทยในแต่ละพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบเฟอร์นิเจอร์จักสานร่วมสมัย ถือเป็นการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์ใหม่ อย่างเช่น โคมไฟ เก้าอี้ และโต๊ะกลาง ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้ชุมชนในท้องถิ่นต่อไป

เจ้าของผลงานวิจัย เล่าต่อว่า ตนได้ศึกษาลวดลายวิจิตรสถาปัตยกรรมศาสนสถาน ศิลปะสมัยอยุธยา ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมุ่งที่สถาปัตยกรรมเป็นหลัก เนื่องจากเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์สะท้อนความเป็นอยุธยาได้อย่างชัดเจนตามเวลายุคประวัติศาสตร์ ทั้งในช่วงอยุธยาตอนต้น อยุธยาตอนกลาง และอยุธยาตอนปลาย นอกจากนี้ยังได้วิเคราะห์สี รวมถึงศึกษาเทคโนโลยีและเทคนิคหัตถกรรมจักสานท้องถิ่น พบว่า โทนสีอิฐ (น้ำตาลอมส้ม) ใช้มากที่สุด จึงได้นำไปสร้างสรรค์เฟอร์นิเจอร์ เพื่อสะท้อนถึงเอกลักษณ์ของอยุธยา อย่างไรก็ตาม ยังพบว่า โดยทั่วไปผลิตภัณฑ์จักสานของชาวบ้านมักใช้หวายแท้ ซึ่งมีต้นทุนสูงและใช้เวลาในการผลิตนาน มีรูปแบบคล้ายคลึงกับร้านค้าเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป ทำให้ขาดเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของอยุธยา อีกทั้งยังขาดการใช้สีสันที่น่าสนใจและไม่มีเรื่องราว

​อาจารย์สุนทร บินกาซานี เล่าถึงผลงานเฟอร์นิเจอร์ที่ตนสร้างสรรค์ขึ้นทั้ง 3 ชิ้นว่า ชิ้นแรกคือ “โคมไฟตกแต่ง” เหมาะกับการใช้งานในห้องนั่งเล่น มีจุดเด่นที่รูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ของยอดเจดีย์วัดพระศรีสรรเพชญ์บวกกับวัสดุที่นุ่มนวลชวนให้บรรยากาศอบอุ่น สำหรับผลงานชิ้นที่สองคือ “เก้าอี้” ได้แรงบันดาลใจจากลวดลายปูนปั้นประจำยาม ตัดทอนให้เป็นสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดที่พบเจอในวัดกุฏีดาว จึงมีความหลากหลายทางศิลปะ ผสมผสานลวดลายปูนปั้นและโครงสร้างแบบตะวันตกเปอร์เซียและจีน ชิ้นสุดท้ายคือ “โต๊ะกลาง” มีแนวคิดจากรูปแบบฐานพระปรางค์เจดีย์ เสา รวมถึงส่วนอื่น ๆ จะมีการย่อมุม เพื่อลดทอนรูปทรงให้ลดลงในชั้นต่าง ๆ พบเห็นทั่วไปในวัดหลายแห่งของอยุธยา

ด้านอาจารย์ศศิประภา เวชศิลป์ ผู้ร่วมวิจัยกล่าวถึงกระบวนการผลิตเฟอร์นิเจอร์ว่า ตนได้แนะนำให้ชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาผลิตเฟอร์นิเจอร์ดังกล่าวใช้วัสดุหวายเทียมที่ผลิตจากโพลีเอทิลิน เนื่องจากหวายเทียมเป็นที่นิยมในการทำเฟอร์นิเจอร์ เพราะมีราคาต้นทุนที่ย่อมเยากว่าหวายแท้ มีคุณสมบัติเหนียว คงทน แข็งแรง กันน้ำ กันรอยขีดข่วนได้ดี อีกทั้งยังมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าหวายแท้ที่ไม่เหมาะกับสภาพอากาศภายนอก ซึ่งต้องโดนแดดและฝน อาจส่งผลให้หวายแท้ผุพังเสียหาย เฟอร์นิเจอร์ที่สร้างสรรค์ขึ้น มีรูปทรงที่โดดเด่น สะท้อนเอกลักษณ์ของอยุธยาเป็นอย่างดี และสีสันสดใสร่วมสมัย คล้ายคลึงกับสถาปัตยกรรมศาสนสถาน ที่สำคัญยังตรงความต้องการของตลาด ดังจะเห็นได้จากผลการประเมินความพึงพอใจโดยรวมของคนทั่วไปที่มีต่อเฟอร์นิเจอร์จักสานร่วมสมัย อยู่ในเกณฑ์ระดับมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นด้านอัตลักษณ์เฉพาะตัว หรือความประณีตในการจักสาน รวมถึงความทนทานในการใช้งาน และความสวยงามของรูปทรง ตามลำดับ

​“ดิฉันรู้สึกภูมิใจอย่างมากที่ได้มีส่วนในการสร้างสรรค์เฟอร์นิเจอร์ ซึ่งสะท้อนถึงเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของศาสนสถาน ผสมผสานเข้ากับวัสดุหวายเทียม และทักษะการจักสาน อันเป็นภูมิปัญญาของคนท้องถิ่น ถือเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรม และสามารถเพิ่มมูลค่าให้เฟอร์นิเจอร์ ซึ่งสามารถเพิ่มศักยภาพทางการตลาด เพิ่มสมรรถนะในการแข่งขันให้กับสินค้าชุมชน ตลอดจนเป็นการสร้างองค์ความรู้ และฝึกทักษะให้คนในชุมชนนำไปต่อยอด เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ อันจะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป ทั้งนี้ผู้สนใจเฟอร์นิเจอร์ดังกล่าว สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สาขาวิชาการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ ราชมงคลพระนคร โทร. 02 665 3888 ต่อ 5024” อาจารย์ศศิประภา เวชศิลป์ กล่าวทิ้งท้าย