News

พิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน ครบปัณรสมวาร ถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

รศ.ดร.วรินทร์ สุดคนึง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (ราชมงคลพระนคร) เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน โดยเสด็จพระราชกุศลในการพระราชพิธีทางบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวารพระราชทานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และพิธีถวายความอาลัยน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และศิษย์เก่าเข้าร่วมพิธี ณ ห้องประชุมดีฮอลล์ ราชมงคลพระนคร ศูนย์เทเวศร์ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569

พิธีเริ่มจาก รศ.ดร.วรินทร์ สุดคนึง จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยและเครื่องทองน้อยถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ต่อด้วยพิธีถวายจตุปัจจัยไทยธรรมและภัตตาราหาร พิธีทอดผ้าไตร หลังจากนั้นประธานในพิธีได้กล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้ทรงใช้ความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ยกระดับสิทธิมนุษยชน และบรรเทาทุกข์ผู้ด้อยโอกาสในสังคม โดยทรงตระหนักถึงสิทธิและโอกาสของผู้ต้องขัง โดยเฉพาะกลุ่มสตรีและเด็ก ทรงริเริ่มโครงการกำลังใจ เพื่อประทานความช่วยเหลือแก่ผู้ต้องขังหญิงที่ตั้งครรภ์และบุตร

นอกจากนี้ทรงผลักดันและพัฒนาข้อกำหนดกรุงเทพ ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลของสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่ไม่ใช่การคุมขัง ทรงดำรงตำแหน่งทูตสันถวไมตรีด้านหลักนิติธรรมของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ด้านการสังคมสงเคราะห์ ทรงสืบสานพระราชปณิธานในการช่วยเหลือพสกนิกรผู้ประสบภัยพิบัติ ผ่านการดำเนินงานของ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

ทรงบริหารจัดการและเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานถุงยังชีพด้วยพระองค์เองในพื้นที่อุทกภัยทั่วประเทศ ด้านการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจเพื่อกระชับสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศ และทรงเคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งราชอาณาจักรไทยประจำสาธารณรัฐออสเตรีย ทรงใช้พระปรีชาสามารถด้านการทูตและกฎหมายสากลในการเผยแพร่ผลงานการพัฒนาสังคมของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีระดับโลก พระกรณียกิจทั้งหมดนี้ สะท้อนถึงพระวิริยภาพและพระเมตตาอันเปี่ยมล้น ที่ทรงมุ่งมั่นสร้างความเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความผาสุกให้แก่ปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง

ต่อมาประธานในพิธีและผู้ร่วมพิธีได้ร่วมกันรับชมวีดิทัศน์น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ จากนั้นได้ยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที และการลงนามถวายความอาลัยเป็นลำดับสุดท้าย

สมพิศ/ข่าว